Recent Post


เที่ยววังน้ำเขียว บรรยากาศสุดชิล วางแผนหาที่เที่ยวหน้าฝน ต้องไม่พลาดไปชมความสวยงามของวังน้ำเขียวในช่วงนี้ มีทั้งป่าเขาสีเขียว ดอกไม้หลากสีสัน อากาศเย็นสบาย แบบนี้ไม่ไปเที่ยววังน้ำเขียวไม่ได้แล้ว

อำเภอวังน้ำเขียว เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของจังหวัดนครราชสีมา มีภูเขา ป่าไม้ และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ที่สำคัญยังมีอากาศที่บริสุทธิ์สดชื่น ยิ่งถ้าใครที่ชอบบรรยากาศสีเขียว ๆ อากาศเย็น ๆ บอกเลยค่ะว่าหน้าฝนนี้ห้ามพลาดที่จะไปเยือนวังน้ำเขียวเลยเชียว และเราก็ได้รวบรวม 10 สิ่งที่น่าสนใจในวังน้ำเขียวมาไว้ให้แล้วค่ะ ใครที่กำลังวางแผนหาที่เที่ยวหน้าฝน หรือกำลังจะไปเที่ยววังน้ำเขียว ก็ตามมาเก็บข้อมูลกันทางนี้ได้เลย


1. เดินเล่นในไร่องุ่นสุดโรแมนติกที่วิลเลจ ฟาร์ม แอนด์ ไวน์เนอรี่ (Village Farm & Winery)

ภาพจาก เฟซบุ๊ก วิลเลจฟาร์ม แอนด์ ไวน์เนอรี่ - วังน้ำเขียว

วิลเลจ ฟาร์ม แอนด์ ไวน์เนอรี่ ตั้งอยู่ที่ 103 หมู่ 7 ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว เป็นไร่องุ่นเล็ก ๆ ท่ามกลางหุบเขา บรรยากาศสุดเงียบสงบและอบอุ่น มีการปลูกองุ่นเพื่อการบ่มไวน์เป็นหลัก ซึ่งที่นี่มีโรงบ่มไวน์สไตล์ฝรั่งเศส เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม พร้อมทั้งกิจกรรมการเที่ยวชมไร่ การชิมไวน์ ก็มีจัดไว้ให้กับนักท่องเที่ยว มีสินค้าโฮมเมดจากทางไร่จำหน่ายหลากหลายแบบ อีกทั้งยังมีร้านอาหารไทย บรรยากาศสบาย ๆ ให้ได้มานั่งรับประทานอาหารเพลิน ๆ ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีที่พักสไตล์คันทรีสุดอบอุ่น ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ท่ามกลางไร่องุ่นสุดโรแมนติกให้บริการด้วยเช่นกัน

ที่ตั้ง : 103 หมู่ 7 ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น.
โทรศัพท์ : 0 4422 8407-8, 08 1877 3711
เว็บไซต์และเฟซบุ๊ก : villagefarm.co.th, Village Farm & Winery


2. นั่งมองฟ้า ชมพระอาทิตย์ตกดินที่ผาเก็บตะวัน

เที่ยววังน้ำเขียว

ผาเก็บตะวัน จุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน ตั้งอยู่ที่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ 11 (ไทยสามัคคี) ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทับลาน นักท่องเที่ยวสามารถขับรถขึ้นมาเพื่อชมภาพของทะเลหมอกสุดอลังการในยามเช้าช่วงหน้าฝน หรือจะมาเก็บภาพพระอาทิตย์สีแดงกลมโตตกลงสู่หลังเขา ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายก็สวยไม่แพ้กัน อีกทั้งในช่วงเทศกาลยังเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นมากางเต็นท์ นอนดูดาวพราวฟ้า รับอากาศสุดเย็นฉ่ำยามค่ำคืนกันอีกด้วย กิจกรรมที่ห้ามพลาดเมื่อมาถึงที่นี่ก็คือ การยิงลูกยาง เพื่อการปลูกป่า โดยเฉพาะในหน้าฝนที่เมล็ดลูกยางจะเติบโตได้เร็วและง่ายกว่าฤดูกาลอื่น ๆ ใครไปเที่ยวก็อย่าลืมช่วยกันปลูกป่านะคะ :)

ที่ตั้ง : หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ 11 (ไทยสามัคคี) ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : อุทยานแห่งชาติทับลาน โทร. 0 3721 0340, 09 2550 0172


3. ถ่ายรูปเก๋ ๆ กับฟาร์มสไตล์ยุโรปที่มอนทาน่า ฟาร์ม (Montana farm)

ภาพจาก montana-farm.com

ภาพจาก montana-farm.com


ภาพจาก montana-farm.com

มอนทาน่า ฟาร์ม สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของวังน้ำเขียว ฟาร์มเล็ก ๆ ที่ตกแต่งในสไตล์ยุโรป มีมุมถ่ายรูปสวย ๆ เพียบ ไม่ว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อน ๆ คนรัก หรือครอบครัว ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับดินแดนแห่งนี้ได้สบาย ๆ ไม่เพียงแค่การตกแต่งอาคารและบริเวณโดยรอบที่สวยงามเท่านั้น แต่ที่นี่ยังมีฟาร์มแกะ และฟาร์มอัลปาก้า (Alpaca) ให้เด็ก ๆ ได้เที่ยวชม นอกจากนี้ภายในมอนทาน่า ฟาร์ม ยังมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึกให้ได้เลือกซื้อของฝาก และผักออแกนิกส์สด ๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง : 199 หมู่ 6 ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 0 4422 8376, 09 8345 1900, 08 4834 4880
เว็บไซต์ : montana-farm.com


4. นอนนับดาว รับน้ำค้างสุดเย็นฉ่ำที่อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง

เที่ยววังน้ำเขียว

อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนทางหลวงชนบทหมายเลข 3052 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอวังน้ำเขียวและอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฝั่งอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เงียบสงบ โรแมนติกสุด ๆ เบื้องหลังของอ่างเก็บน้ำเป็นภูเขาลูกใหญ่สีเขียวชุ่มฉ่ำ อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี บรรยากาศในช่วงเช้า และตอนเย็นจะสวยงามมาก เพราะมีลมเย็นพัดผ่านตลอด พร้อมทั้งบรรยากาศจะเงียบสงบ คล้ายกับหุบเขาทางฝั่งยุโรปเลยทีเดียว โดยรอบอ่างเก็บน้ำจะมีรีสอร์ทเล็ก ๆ ตั้งอยู่ 2-3 แห่ง พร้อมทั้งร้านอาหาร นักท่องเที่ยวสามารถที่จะไปนอนเล่นพักผ่อน นอนกางเต็นท์ได้สบาย ๆ หรือถ้ามีเวลาแค่เพียงน้อยนิด ก็สามารถไปนั่งปิกนิกริมอ่างเก็บน้ำ หรือกินข้าวที่ร้านอาหารใกล้เคียง ก็สามารถดื่มด่ำกับความสวยงามของที่นี่ได้เช่นกัน

ที่ตั้ง : บ้านสันกำแพง ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา


5. เดินเล่นชิล ๆ ท่ามกลางมวลดอกไม้และศิลปะสุดเจ๋งที่ฟลอร่า ปาร์ค

ภาพจาก KOKTARO / shutterstock.com

ฟลอล่า ปาร์ค สวนดอกไม้สไตล์อังกฤษสุดกว้างใหญ่ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาสวยงาม บรรยากาศเงียบสงบ โดยเฉพาะหน้าฝนที่ดอกไม้จะเบ่งบานต้อนรับผู้มาเยือนอย่างเต็มที่ และป่าเขาโดยรอบจะเขียวขจีชุ่มฉ่ำ เดินเที่ยวได้แบบเพลิน ๆ ซึ่งที่นี่มีหลายจุด หลายมุม ให้ได้เดินเที่ยวชม ใครที่ชอบกุหลาบอังกฤษ และการจัดสวนแบบยุโรป ต้องไม่พลาดกับมุมสวย ๆ ของดอกกุหลาบดอกใหญ่ สีสันจัดจ้านในสวนสไตล์อังกฤษ พร้อมทั้งเซลฟี่กับพู่กันขนาดยักษ์ เอกลักษณ์ของที่นี่ไว้เป็นที่ระลึก นอกจากนี้ที่นี่ยังมีร้านกาแฟบรรยากาศสบาย ๆ ให้บริการอีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-17.00 น.
โทรศัพท์ : 08 1372 8851
เฟซบุ๊ก : Florapark Wangnamkeaw


6. เล่นกับแกะ ชมกาแฟรสชาติเข้มข้นที่ A Cup of Love

ภาพจาก acup-of-love.com

ภาพจาก acup-of-love.com

ใครที่ชอบบรรยากาศสบาย ๆ กับธรรมชาติสไตล์สวิตเซอร์แลนด์ต้องมุ่งตรงมาที่นี่เลยค่ะ A Cup of Love ดินแดนแห่งการพักผ่อนสุดเงียบสงบของวังน้ำเขียว พระเอกของที่นี่ก็คงหนีไม่พ้นโรงแกะ ซึ่งมีแกะมากกว่า 20 ตัว คอยต้อนรับผู้มาเยือน คุณจะได้สนุกสนานไปกับการถ่ายรูปสวย ๆ กับเหล่าแกะตัวน้อย ๆ พร้อมกับสถานที่ที่ตกแต่งอย่างน่ารัก นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อน ดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดชิลของธรรมชาติในวังน้ำเขียวอีกด้วย

ที่ตั้ง : บนถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 3052 ห่างจากเขาใหญ่ 60 กิโลเมตร และห่างจากถนนทางหลวงหมายเลข 304 ประมาณ 7 กิโลเมตร
โทรศัพท์ : 08 4388 1518, 08 4388 1528, 08 1752 3636
เว็บไซต์ : acup-of-love.com


7. เพลิดเพลินไปกับดอกกล้วยไม้หลากสีสัน ที่สวนกล้วยไม้ เขาแผงม้าออร์คิด


สวนกล้วยไม้ เขาแผงม้าออร์คิด เป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในอำเภอวังน้ำเขียว มีกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ให้ได้เดินเที่ยวชม ซึ่งออกดอกบานสะพรั่งสร้างความสดใสให้กับโรงเรือนเล็ก ๆ ได้อย่างดี นอกจากจะได้เดินเที่ยวชมความงดงามของดอกกล้วยไม้แต่ละสายพันธุ์แล้ว หากนักท่องเที่ยวถูกใจถูกชะตากับกล้วยไม้ต้นไหน ก็สามารถซื้อกลับไปดูแลต่อที่บ้านได้เลย ซึ่งเจ้าของสวนจำหน่ายให้ในราคาย่อมเยา พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการเลี้ยงดูกล้วยไม้อย่างละเอียดอีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 08 5767 7101
เฟซบุ๊ก : เขาแผงม้า ออร์คิด วังน้ำเขียว


8. เรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรกรแบบยั่งยืนที่สวนลุงโชค เขาแผงม้า


สวนลุงโชค สวนเกษตรแบบผสมผสาน ที่สามารถทำให้พืชผักในสวนของตัวเองสามารถเลี้ยงครอบครัวได้อย่างยั่งยืน ซึ่งภายในสวนลุงโชคก็จะเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ ที่ลุงโชคสามารถบอกที่มาที่ไปของต้นไม้เหล่านั้นได้เกือบทั้งหมด ใครอยากกินข้าวหรือนอนพักผ่อนท่ามกลางไร่สวนสีเขียว บรรยากาศเงียบสงบ อากาศบริสุทธิ์ ลุงโชคก็สามารถจัดการให้ได้ หรือจะแค่แวะมาเที่ยวชม พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน ลุงโชคและครอบครัวก็ยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : เขาแผงม้า เลขที่ 14 หมู่ที่ 6 บ้านคลองทุเรียน ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 08 1955 3018, 08 1725 1179


9. ส่องกล้องดูกระทิง ที่เขาแผงม้า



กระทิงป่า ถือได้ว่าเป็นสัตว์หายากที่ใกล้จะสูญพันธุ์ พื้นที่บริเวณเขาแผงม้า อันเป็นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของกระทิงจึงได้ถูกรักษาไว้เพื่อให้กระทิงได้สืบพันธุ์ต่อไป ซึ่งหลังจากที่ชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันดูแลรักษาป่าก็ทำให้ป่าบริเวณเขาแผงม้าที่เคยโดนไฟไหม้จนเป็นเขาหัวโล้นมาก่อน กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง มีประชากรของกระทิงป่าเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวสามารถที่จะขับรถขึ้นไปยังยอดเขาเพื่อชมกระทิงป่าได้ แต่ควรต้องเป็นรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ เพราะเส้นทางบางช่วงนั้นขรุขระ เวลาที่เหมาะแก่การขึ้นไปชมกระทิงจะอยู่ที่เวลาประมาณ 06.00-08.00 น. และเวลา 16.00-18.00 น. เพราะเป็นเวลาที่กระทิงป่าจะออกมาหากิน

ที่ตั้ง :  ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : กลุ่มอนุรักษ์เขาแผงม้า โทร. 08 1955 3018, 08 4823 3230


10. เก็บเห็ด กินผักเพื่อสุขภาพที่วังน้ำเขียวฟาร์ม

ภาพจาก เฟซบุ๊ก วังน้ำเขียวฟาร์ม

ภาพจาก เฟซบุ๊ก วังน้ำเขียวฟาร์ม

วังน้ำเขียวฟาร์ม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก เพราะที่นี่เพาะปลูกและจัดจำหน่ายเห็ดหลากหลายชนิด และยังเป็นการเพาะปลูกแบบออแกนิกส์ ไม่มีสารพิษเจือปน อีกทั้งยังจำหน่ายในราคาย่อมเยา นักท่องเที่ยวจึงได้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ในราคาที่น่าพอใจ นอกจากเห็ดสดแล้วที่นี่ก็ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ด ผักสลัดเมืองหนาว และของฝากอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

ที่ตั้ง : 155 หมู่ 2 บ้านสุขสมบูรณ์ ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 08 1001 1555
เว็บไซต์และเฟซบุ๊ก : wnkfarm.com, วังน้ำเขียวฟาร์ม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ททท, สำนักอุทยานแห่งชาติ,  i-san.tourismthailand.org, data8.rid8.go.th, wnkfarm.com, เขาแผงม้า ออร์คิด วังน้ำเขียว, acup-of-love.com, Florapark Wangnamkeaw, montana-farm.com, villagefarm.co.th




จุดชมวิวลานหินสีชมพู แหล่งท่องเที่ยวสุดหวานส่งตรงจากจังหวัดจันทบุรี หลังจากถูกเผยภาพในโลกออนไลน์ จนประชาชนให้ความสนใจและเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างคึกคัก

สำหรับ "จุดชมวิวลานหินสีชมพู" แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดจันทบุรี ตั้งอยู่ภายในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์คุ้งกระเบน อำเภอท่าใหม่ โดยในช่วงเวลาน้ำลงตอนกลางวัน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะเผยโฉมหินสีชมพูอมม่วง-สีน้ำตาลแดง ออกมาให้ได้ยลความสวยงามโดดเด่น ซึ่งปัจจุบันศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เปิดพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเข้ามาท่องเที่ยวและศึกษาเส้นทางเดินธรรมชาติได้ทุกวัน


นอกจากความสวยงามโดดเด่นของลานหินสีชมพูแล้ว เมื่อยืนที่ลานหินสีชมพูแล้วมองไปทางทิศตะวันออกนักท่องเที่ยวยังสามารถมองเห็นเกาะช่องสะบ้า, เขาแหลมสิงห์, เกาะเปริด, เกาะนมสาว และเกาะช้าง จังหวัดตราด และทิศตะวันตกสามารถมองเห็นเกาะมันใน, เกาะมันกลาง, เกาะมันนอก, เขายายดา และเกาะเสม็ด ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย


ส่วนช่วงเวลาสามารถเดินทางมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี (ในช่วงเวลาน้ำขึ้นอาจจะเปียกหน่อย) และจะสวยงามในช่วงแสงอาทิตย์สาดส่องไปทั่วลานหินทำให้เกิดสีชมพูที่โดดเด่นขึ้นมา อีกทั้งยังมีช่วงเวลาแนะนำอื่น ๆ สำหรับใครที่มาชมความสวยงามของลานหินสีชมพูแห่งนี้ คือช่วงเช้าพระอาทิตย์ขึ้นถึง 9 โมงเช้า ช่วง 4 โมงเย็นถึงพระอาทิตย์ตกดิน และช่วงฟ้าเปิดหลังจากที่ฝนตกใหม่ ๆ


นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเอาใจคนรักกิจกรรมผจญภัย ให้เดินทางเข้าไปทัศนศึกษาเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเขาบ่อเตย ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1,000 เมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เรียกได้ว่าถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ในจังหวัดจันทบุรี ที่ได้รับความสนใจและเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว


เรื่องน่ารู้...หินสีชมพูคืออะไร ?

หินสีชมพูคือหินทรายอาร์โคส (Arkosic Sandstone) หินโคลน หินทรายแป้ง สีน้ำตาลแดง การวางชั้นเฉียงกับแนวระดับ หินกรวดมน และหินทรายในตอนบนของการลำดับชั้นหิน มีซากหอยสองฝาของน้ำจืดและน้ำกร่อยบริเวณตอนล่างของการเรียงลำดับตามชั้นหิน (ข้อมูลหิน JKL จาก dmr.go.th ) จากตะกอนชายฝั่งทะเล ตะกอนเศษหินจากเชิงเขา ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากน้ำขึ้น-ลง รวมทั้งอาจพบตามบริเวณที่ราบลุ่ม น้ำขึ้นถึง ที่ลุ่มชื้นแฉะ ที่ลุ่มน้ำขังป่าชายเลน และชะวากทะเล

ส่วนในพื้นที่ "เขตห้ามล่าสัตว์คุ้งกระเบน" จะพบในบริเวณเกาะช่องเขาสะบ้า, เขาเจ้าหลาว-หมูดุด, เขาคุ้งกระเบน, เขามาบคล้อ และเขาเตาหม้อ-ท่าศาลาเท่านั้น ส่วนหินทรายที่พบจะมีส่วนผสมของธาตุเหล็กมากจึงมีสีแดงอมชมพู สีน้ำตาลแดง และบางแห่งสีแดงอมม่วง



ทำความรู้จักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี

"เขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน" ตามประกาศกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี พ.ศ. 2542 เป็นพื้นที่ที่อยู่ในการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ในการดูแลทั้งป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าชายหาด และป่าชายเลน รวมประมาณ 11,370 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคลองขุด, ตำบลรำพัน, อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี และตำบลสนามไชย, อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี

โดย "เขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน" มีหน้าที่ศึกษาค้นคว้าและวิจัย เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี เป็นหนึ่งในศูนย์วิจัยที่ทำขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาศึกษาสภาพธรรมชาติ ก่อให้เกิดความเข้าใจระบบนิเวศในป่าชายเลนและรู้จักใช้ทรัพยากรเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น สะพานเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ตั้งอยู่ตรงข้ามศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ใช้เวลาเพียง 30-45 นาที บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 1,600 เมตร มีจุดสื่อความหมายธรรมชาติอยู่ตามบริเวณจุดต่าง ๆ เป็นแหล่งอาหารธรรมชาติ ตลอดจนแหล่งสมุนไพรสำหรับชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ


ทั้งนี้ "เขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน" เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. อัตราค่าบริการผู้ใหญ่ราคา 20 บาท/คน เด็กและผู้สูงอายุเข้าฟรี และสำหรับการเข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อล่วงหน้าที่ศูนย์ศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เลขที่ 31 หมู่ 4 ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ทางศูนย์ยังมีบริการบ้านพักสำหรับจัดอบรมสัมมนาบริการหน่วยงานรัฐโดยติดต่อล่วงหน้า โทรศัพท์ 0 3936 9216-8


นอกจากนี้หากต้องการสอบถามข้อมูลหินสีชมพู สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณวิชัย เผ่าหอม เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน โทรศัพท์ 08 7833 7568 และ เฟซบุ๊ก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

แอบทิ้งท้ายข้อสำคัญในการเดินทางไปเที่ยวลานหินสีชมพู เนื่องจากเส้นทางที่เป็นโขดหินสลับกับทางลาดรองเท้าผ้าใบจึงเหมาะสำหรับการสวมใส่มาเที่ยวที่นี่มากกว่า รวมทั้งควรช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งเศษขยะหรือเศษอาหารภายในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว เพราะถือเป็นการทำลายระบบนิเวศและทัศนียภาพความสวยงาม พร้อมทั้งไม่ควรละเลยข้อห้าม ข้อปฏิบัติที่ทางเจ้าหน้าที่กำหนดด้วยเช่นกัน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คุณวิชัย เผ่าหอม เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน, เฟซบุ๊ก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 ภาพจาก TheJim999 / Shutterstock.com

เที่ยววัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย ที่เที่ยวสุโขทัยแนะนำ เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองเก่าสุโขทัยและยังมีตำนานพระพุทธรูปพูดได้ให้ได้รำลึกถึง ไปเที่ยวสุโขทัยเมื่อไรต้องไม่พลาดใส่ชื่อวัดศรีชุมลงไปในแผนการเดินทาง

ถ้าพูดถึงเมืองประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย นอกจากอยุธยาแล้ว เมืองเก่าสุโขทัยก็มีความสำคัญและยิ่งใหญ่สวยงามไม่แพ้กัน ซึ่งเราจะรู้จักกันดีในนาม "อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 70 ตารางกิโลเมตร มีโบราณสถานสำคัญที่น่าชมมากมาย โดยหนึ่งในนั้นก็คือ "วัดศรีชุม" วัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว


วัดศรีชุม เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตั้งอยู่ห่างจากวัดพระพายหลวงไปทางทิศตะวันตกประมาณ 800 เมตร อยู่นอกกำแพงเมืองเก่าสุโขทัยทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ คำว่า "ศรี" มาจากคำพื้นเมืองของไทยคำว่า "สะหลี" หมายถึง "ต้นโพธิ์" เมื่อมารวมกันเป็น "ศรีชุม" จึงหมายถึง "ดงต้นโพธิ์" นั่นเอง

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของวัดแห่งนี้ก็คือวิหารเก่าแก่ โอบล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียวขจี เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมลักษณะคล้ายมณฑป ไม่มีหลังคา เพราะพังทลายลงมาหมด มีการสันนิษฐานว่าหลังคานั้นมีลักษณะเป็นรูปโค้งคล้ายโดม เมื่อไม่มีหลังคาจึงเหลือแค่เพียงผนังสี่ด้าน มีการก่ออิฐถือปูนอย่างแข็งแรงมั่นคง ไม่มีหน้าต่าง


ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน "พระอจนะ" พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หน้าตักกว้างมากถึง 11.3 เมตร พระชงฆ์ติดข้างผนังสองข้างของมณฑป องค์ที่เห็นในปัจจุบันมีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ราว พ.ศ. 2496-2499

ดูจากลักษณะภายนอกคล้ายกับว่าวัดศรีชุมนั้นเป็นเพียงวัดเก่าแก่ธรรมดา แต่อันที่จริงแล้วการก่อสร้างวิหารแห่งนี้ช่างแยบยลกว่าที่เราคิดไว้เยอะ ด้วยผนังด้านทิศใต้มีช่องให้เราเดินเข้าไปด้านใน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "อุโมงค์วัดศรีชุม" ซึ่งจะมีบันไดแคบ ๆ ที่สามารถเดินขึ้นไปได้ถึงด้านข้างขององค์พระอจนะ เมื่อพูดออกมาดัง ๆ เสียงของเราจะดังก้องกังวานอยู่ในวิหาร คล้ายกับว่าเป็นเสียงที่มาจากพระพุทธรูป นี่จึงเป็นที่มาของตำนานที่เล่าขานกันมาว่าพระอจนะนั้นสามารถพูดได้ ในยามศึกสงครามพระพุทธรูปองค์นี้ก็จะปลุกปลอบใจทหารหาญให้มีกำลังใจ


นอกจากนี้ภายในกำแพงยังพบศิลาจารึกหลักที่ 2 เรียกว่า "จารึกวัดศรีชุม" ที่เล่าเรื่องราวของการก่อตั้งราชวงศ์สุโขทัยของคนไทยกลุ่มหนึ่ง และพบภาพเขียนเก่าแก่มีอายุมากกว่า 700 ปีอีกด้วย พร้อมทั้งด้านบนเพดานของช่องบันไดยังมีแผ่นหินชนวนขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายเรื่องชาดกต่าง ๆ มีจำนวนทั้งหมดประมาณ 50 ภาพ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเดินขึ้นไปตามช่องบันไดก็จะสามารถไปโผล่ที่กำแพงวิหารด้านบนได้อีกด้วย


ปัจจุบันไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปยังอุโมงค์ ด้วยป้องกันการขีดเขียนภาพเก่าแก่ตามผนัง เป็นการรักษาโบราณวัตถุอย่างภาพเขียนให้อยู่สืบไป และป้องกันอันตราย ซึ่งอาจจะเกิดจากการพลัดตกลงมาจากด้านบนของกำแพง แต่บริเวณโดยรอบวัดศรีชุมยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมได้ปกติ ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย โทรศัพท์ 0 5569 7527, 0 5567 9310 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย โทรศัพท์ 0 5561 6228


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
tatcontactcenter.com, finearts.go.th, sukhothai.go.th และ info.ru.ac.th

ในที่สุดก็ถึงวันเวลาที่วาเลนไทน์มาบรรจบครบอีกหนึ่งปี คนมีคู่คงดี๊ด๊าแต่สาวโสดแม้จะเลอค่าแต่ก็คงหดหู่ มากค่ะ อย่าพยายามหนีเดือนแห่งความรักนี้เลย เรามาเผชิญหน้ากับมันดีกว่า เผลอๆอาจจะมีคู่ตุนาหงันมาฉลองวาเลนไทน์โดยไม่รู้ตัวก็ได้น๊า อ่ะ!สงสัยล่ะสิ ว่าจะมีคู่ได้อย่างไร ชิคสเตอร์ท่องทฤษฎีนี้ไว้นะคะ “ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยกลก็ต้องเอาด้วยคาถา” จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ไปดูกันเลยค่ะ


1.พระตรีมูรติ แห่งแยกราชประสงค์ หน้าศูนย์การค้า Isetan Central World ขึ้นชื่อลือชามากค่ะในเรื่องของการขอพรความรักกับพระตรีมูรติ มหาเทพ ฤกษ์ดีอยู่ที่ 9.30 น. วันพฤหัส และ 21.30 น.ในวันเดียวกัน เครื่องสักการะเน้นสีแดงค่ะชิคสเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นธูปแดง 9 ดอก กุหลาบแดง 9 ดอก เทียนคู่(เวลาวางต้องวางติดกันด้วยนะคะ) เชื่อกันว่าการวางเทียนคู่ ถ้าเป็นคนโสดจะได้สละโสดเร็วขึ้น แต่ถ้ามีคนรักอยู่แล้วจะทำให้รักกันมากขึ้นค่ะ แล้วก็อย่าลืมถวายผลไม้สีแดงให้กับท่านด้วย ขอบอกว่าขอพรความรักจากพระตรีมูรตินั้นชะงัดนักค่า



2.พระแม่ลักษมี บริเวณอาคารเกสรพลาซ่า เหนือสิ่งอื่นใดสำหรับความรัก ก็คือการได้รับความซื่อสัตย์จากบุคคลอันเป็นที่รัก ขอแนะนำให้มาสักการะพระแม่ลักษมีบริเวณอาคารเกสรพลาซ่า พระแม่ลักษมีนั้นซื่อสัตย์กับองค์พระนารายณ์มากๆ ท่านจะขึ้นชื่อในเรื่องการซื่อสัตย์ต่อความรักและคนรัก เป็นองค์เทพที่เป็นตัวแทนของความรักและความร่ำรวย สาวโสดคนไหนอยากสละโสด และอยากได้คนรักที่มีรักเดียว ต้องมาที่นี่ค่ะ เครื่องสักการะจะประกอบด้วย ธูป 9 ดอก เทียน 1 คู่ และดอกบัวอีก 3 ดอกค่ะ


3.พระแม่อุมาเทวี วัดแขก ขึ้นชื่อในเรื่องความศรัทธาและมั่นคงต่อความรักของพระแม่อุมาเทวีที่มีต่อพระศิวะ ดังนั้นเวลาที่ขอพรเรื่องความรัก อยากมีคู่ครอง อยากมีความรักที่สมหวัง อยากมีความรักที่มั่นคง เชิญได้ที่วัดแขก สีลม ภายในจะมีบริการเครื่องสักการะทั้งหมดด้านหน้าวิหาร แต่ถ้าอยากหาไปเพิ่มด้วย เช่น ดอกไม้ ก็ไม่ขัดศรัทธาค่ะ


4.พระกฤษณะ วัดเทพมณเฑียร เป็นเทพอีกองค์หนึ่งที่สาวโสดผู้อยากสละโสดทั้งหลายจะลืมไม่ได้เด็ดขาด ท่านขึ้นชื่อมากในการให้พรความรัก มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า สำเร็จมาหลายรายแล้วด้วยค่ะ ชิคสเตอร์คนไหนสนใจอยากไปสักการะท่านละก็ เชิญที่วัดเทพมณเฑียร บริเวณเสาชิช้า ข้างโรงเรียนเบญจมราชาลัย ขึ้นไปที่ชั้น 3 นะคะ จะเป็นเทวาลัย ช่วงเช้าจะเปิดให้สักการะได้ถึงเที่ยงค่ะ ส่วนช่วงเย็นจะเปิดตั้งแต่ช่วงบ่าย 3 จนกระทั่งถึง 1 ทุ่มค่ะ



5.ศาลย่านาค วัดมหาบุศย์ ตำนานความรักอมตะที่สืบต่อมายาวนาน ในเรื่องความรักที่มั่นคงของหญิงสาวนามว่า “นาค” และชายหนุ่มนามว่า “มาก” และสืบเนื่องจากตำนานเก่าแก่นี้ มีศาลของย่านาคอยู่ที่ วัดมหาบุศย์ ย่านพระโขนง มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ใครที่มาขอพรเรื่องความรักมักจะสมหวัง หรือแม้กระทั่งเรื่องไปจับใบดำใบแดงเกณฑ์ทหารก็สัมฤทธิ์ผลมานักต่อนักแล้วค่ะ การสักการะบูชาให้จุดธูป 2 ดอก พร้อมดอกไม้หรือพวงมาลัย โดยอาจจะซื้อผ้าเจ็ดสีเจ็ดศอกมาพันรอบต้นไม้ บางคนก็ซื้อของไหว้ เช่น ชุดไทย สำหรับแม่นาค หรือ ชุดเด็ก และของเล่นเด็กสำหรับลูก แม่นาค หรือบางคนก็เอารูปวาดที่จินตนาการว่าเป็น แม่นาค มาถวาย รูปแบบของการบูชาก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคนค่ะ



Story : RJ.Leona
ที่มาข้อมูล : www.chicministry.com

หากมีใครตั้งคำถามว่าถ้ำไหนในเมืองไทยที่สวยงามที่สุดคงเป็นเรื่องยากที่จะตอบเพราะความสวยงาม เป็นเรื่องของบุคคลจินตนาหรือพิศมัย หากถูกจริตของตัวก็อาจตอบว่าชอบว่าสวยหากไม่ถูกจริตก็เป็นไปอีกทิศทางหนึ่ง


แต่ถ้าถามว่าถ้ำไหนในเมืองไทยที่เก่าแก่ที่สุด…คงไม่มีไหนเท่าเพราะมีเถ้าภูเขาไฟอายุ ๑๕ ล้านปีเป็นข้อพิสูจน์เป็นหนึ่งเดียวในสยามนามนั้น…“ถ้ำผาไท”

ถ้าไม่มาก็คงไม่รู้ว่าที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท นั้นซ่อนมหัศจรรย์ธรรมชาติไว้อยู่
 เหตุผลที่มาตอนแรกเพราะใฝ่ฝันหาอากาศที่เย็นสบายตลอดปี จึงเลือกมาเที่ยวพักผ่อนที่ถ้ำผาไท ซึ่งไม่ผิดหวัง เพราะอากาศร่มรื่นเย็นกำลังดี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีของที่นี่ประมาณ 26 องศาเซลเซียส
อาจด้วยความที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน และเป็นพื้นที่ป่า ที่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ซึ่งมีความ อุดมสมบูรณ์มาก มีสวนสักกระจายอยู่ทั่วไป จึงทำให้พื้นที่ปกคลุมไปด้วยธรรมชาติที่ล่มรื่น


อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท มีพื้นที่ครอบคลุมในท้องที่อำเภอเมือง อำเภอแจ้ห่ม อำเภองาว จังหวัดลำปาง มีลักษณะภูมิประเทศทั่วไปเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่เป็น พื้นที่ต้นน้ำลำธาร ชั้นที่ 160 มีจุดเด่นและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญ คือ ถ้ำผาไท หล่มภูเขียว บริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนกิ่วลม ถ้ำออกรู ห้วยแม่พลึง นอกจากนี้ยังมีน้ำตกขนาดเล็กกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

 มหัศจรรย์ธรรมชาติอย่างแรก ที่พบ คือหมู่มวลนกแปลก ที่อาศัยอยู่มากมาย ที่นี่มีนกหายากอยู่มากกว่า 50 ชนิด เช่น นกปีกลายสก๊อต นกเขาเขียว นกเขาเปล้าธรรมดา นกเขาเปล้าหางเข็มทางภาคเหนือ เหยี่ยวขาว อีกทั้งมวลหมู่แมลงหลากชนิดเช่น ผีเสื้อกลางวัน ด้วงหนวดยาว กว่างดาว ด้วงดีด และอีกมากมาย


มหัศจรรย์ที่สอง ที่เดินทางไปพบ คือที่ถ้ำผาไท ถ้ำแห่งนี้ ภายในถ้ำเป็นโถงขนาดใหญ่เกิดจากภูเขาหินปูนอายุไม่น้อยกว่าเก้าล้านปี ความลึกจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 1,150 เมตร ตลอดเส้นทางอุทยานฯได้ติดตั้งไฟฟ้าเพื่อให้สะดวกในการเดินชมหินงอกหินย้อยที่มีอยู่มากมายในถ้ำ นอกจากนี้ภายในถ้ำยังปรากฏมีเถ้าภูเขาไฟอายุ ๑๕ ล้านปี แน่นอนว่านี่คือ ‘หนึ่งเดียวในสยาม’

ที่ถ้ำผาไทแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 เคยเสด็จประพาสเมื่อ พ.ศ. 2469 ดังปรากฏหลักฐาน พระปรมาภิไธยย่อ ปปร. ภายในถ้ำ นอกจากนี้ยังมีค้างคาวจำนวนมากอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้ และในบริเวณใกล้เคียงมีถ้ำโจรและถ้ำเสือที่มีประวัติเก่าแก่ สามารถเดินถึงได้จากถ้ำผาไท
 เดินทางต่อมาที่ น้ำตกแม่แก้ อยู่ในเขตป่าแม่แก้ ซึ่งเป็นผืนป่าต้นน้ำที่สำคัญ น้ำฝนที่ตกจะถูกดูดซับเก็บไว้ในเทือกเขาแม่แก้ไหลเป็นแม่น้ำลงสู่พื้นล่างสองด้าน ด้านหนึ่งไหลลงไปอำเภอแจ้ห่ม อีกด้านหนึ่งไหลลงมาทางอำเภองาว มาเป็นแม่น้ำสายรองคือ น้ำแม่แก้ เป็นมรดกทางธรรมชาติที่ชาวหล่อเลี้ยงชีวิตชาวลำปาง


ก้าวแรกออกจากรถสัมผัสได้กับอากาศที่เย็นสบาย แม้ว่าเราอากาศในเมืองจะร้อน ความเงียบสงบของบริเวณผืนป่า ทำให้ได้ยินเสียงน้ำตกดังแว่วก้องกังวาน แผ่นน้ำสีเขียวอ่อนสะท้อนแสงรับกับใบไม้เขียวๆ น้ำใสสะอาดจนมองเห็นพื้น
น้ำตกแม่แก้ เป็นน้ำตกเล็กๆ สูงประมาณ 10 เมตร มีชั้นเล็กๆชั้นน้อยๆ ลดหลั่นกันอีก 14 ชั้น แต่ความพิเศษของชั้นน้ำตกที่เป็นน้ำตกหินปูนซึ่งเมื่อเราก้าวเดินแล้วไม่ลื่น


มาถึงสถานที่สุดท้ายที่จะถ้าเกิดไม่มา นี่เสียดายแย่ คือ “หล่มภูเขียว” แอ่งน้ำขนาดใหญ่อยู่บนภูเขา มีเนื้อที่ประมาณ 1-2 ไร่ มีลักษณะคล้ายปล่องภูเขาไฟ น้ำในแอ่งลึกมากจนมองเห็นเป็นสีเขียว มีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก


ความเงียบสงบ และน้ำใสๆ นิ่ง มองเห็นตัวปลา เวียนว่าย มันทำให้เราได้หยุดนิ่งคิด อยู่กับธรรมชาติ ช่างเป็นมหัศจรรย์ที่แสนวิเศษ และไม่เคยคิดว่าจะมีธรรมชาติที่แสนสวยเช่นนี้ซ่อนอยู่ ถึงการเดินทางเข้าไปสู่หล่มภูเขียว อาจดูยากลำบาก แต่ว่ามันก็คุ้มค่าที่ได้มา

ที่มาข้อมูล : www.emaginfo.com

เดือนแห่งความรักแบบนี้หลายๆคนคงอยากจะใช้เวลาว่างวันหยุดพักผ่อนเสาร์อาทิตย์กับคนรัก หรือใครที่ยังโสดอยู่อยากจะหาสถานที่ท่องเที่ยวกินลมชมวิวแบบที่ใช้ระยะเวลาในการเดินทางไม่นาน และไม่ไกลให้ต้องเหนื่อยเดินทาง ขอแนะนำให้ลองมาเดินเล่นริมแม่น้ำเจ้าพระยากันนะคะ นอกจากจะได้บรรยากาศริมน้ำแล้ว ยังได้กลิ่นอายของความเก่าแก่ในบรรยากาศดั้งเดิมของฟากฝั่งพระนครอีกด้วยค่ะ
เรามาเริ่มกันที่ท่าเตียนก่อนแล้วกันนะคะ


สำหรับการเดินทางในวันนี้ พาหนะไม่ต้อง สาวเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างเดียวค่ะ สำหรับท่าเตียนแห่งนี้มีสถานที่พักผ่อนใหญ่ๆก็คือ สวนนาคราภิรมย์ เป็นสวนที่กว้างใหญ่ มีผู้คนมานั่งเล่นกันพอประมาณ เมื่อเดินถัดมาอีกนิดตลอดตามทางเดินจะพบกับตลาดขายของเก่าที่หนักไปทางหนังสือเก่า วัตถุเก่าๆ ซึ่งอีกฝั่งจะเห็นรั้วของพระบรมมหาราชวังอย่างชัดเจน โดยท่าเตียนนี้หากอยากเดินทางมาโดยง่ายแนะนำให้มาทางเรือด่วนเจ้าพระยาดีที่สุดค่ะ

 

พอเลยท่าเตียน เดินเรียบเรื่อยเลยสมาคมข้าราชบริพาร สมาคมภริยาทหารเรือกันมาแล้วก็จะผ่านท่าราชวรดิษฐ์ค่ะ ถัดจากนั้นจะเป็นท่าช้าง ซึ่งจะอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร และจะเห็นด้านหน้าของพระบรมมหาราชวังพอดี ตลาดท่าช้างก็จะอุดมไปด้วยของกิน ไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน แล้วยังมีท่าเรือข้ามฟากท่าช้าง-วัดระฆัง และยังมีท่าเรือด่วนเจ้าพระยาอีกด้วยนะคะ เรียกได้ว่าครบครันการคมนานคมทางน้ำเลยก็ว่าได้ ใครอยากไปเดินเล่นต่อที่วังหลัง แหล่งรวมสินค้าเด็กแนว สินค้า มือสอง และสินค้าวาไรตี้ เชิญใช้บริการเรือข้ามฟาก ท่าช้าง-วังหลังได้เลยค่ะ


พอแวะทานข้าวกันที่ท่าช้างจนอิ่มหนำแล้ว เราก็จะเดินตรงสู่ท่าพระจันทร์ซึ่งระหว่างทางเดินก็จะเต็มไปด้วยตลาดขายของเก่าๆ แต่จุดนี้จะหนักไปทางพระเครื่อง หนักไปทางวัตถุมงคลเสียมากกว่า แล้วก็จะมีทั้งร้านไอศกรีมเซเวนเซ่น ร้านแอ๊วท่าพระจันทร์ และเมื่อเดินมาถึงตลาดท่าพระจันทร์จะอยู่ด้านหน้าของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีตลาดขายของที่วาไรตี้มากๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของกิน รวมไปถึงเป็นศูนย์รวมของหมอดูหลายแขนงเลยก็ว่าได้ ใครที่สนใจทางด้านโหราศาสตร์ไม่ควรพลาดค่ะ สำหรับใครที่อยากจะนั่งเรือข้ามฟากจากวังหลังมาท่าพระจันทร์ล่ะก็ สามารถนั่งเรือข้ามฟาก วังหลัง-ท่าวัดมหาธาตุได้เลยนะคะ ถึงท่าพระจันทร์เช่นกัน ร้านอาหารขึ้นชื่อของที่นี่นอกจากร้านแอ๊วแล้ว ก็จะมีร้านลุงหลุยส์ ที่ต่อให้คนในร้านจะเยอะขนาดไหนสั่งไปปุ๊บไม่ถึง 15 นาที ก็จะได้อาหารที่ต้องการทันทีค่ะ หรือหากว่าอยากจะทำบุญสงบจิตใจ นอกจากวักพระแก้วแล้ว อยากจะได้บรรยากาศริมน้ำขอแนะนำวัดระฆังเลยค่ะ ข้ามฟากไปแป๊บเดียวเท่านั้นเอง


เที่ยวง่ายๆ สบายๆ แบบนี้ Leona ไม่สงวนลิขสิทธิ์ค่ะ

Story : RJ.Leona
ที่มาข้อมูล : www.chicministry.com

ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งโอโซนอันบริสุทธิ์อันดับต้นๆ ของเมืองไทย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วันนี้ ‘วังน้ำเขียว’ จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจนติดลมบนไปแล้ว

‘วังน้ำเขียว’ เป็น อำเภอหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา โดยชื่อมีที่มาจากสภาพภูมิประเทศของที่มีวังน้ำที่ใสสะอาดงดงาม จนกระทั่งสามารถเห็นเงาสะท้อนสีเขียวของต้นไม้ บริเวณพื้นที่โดยรอบของอำเภอแห่งนี้มีสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างเย็นตลอดทั้ง ปี กอปรกับมีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงาม จนถูกขนานนามว่าเป็น  สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ซึ่งอาณาเขตของวังน้ำเขียวก็ประกอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ดังจะยกตัวอย่างมาให้ทุกท่านนำเป็นไกด์ไลน์สำหรับการท่องเที่ยว อาทิ


อุทยานแห่งชาติทับลาน มี พื้นที่อยู่ในเขตจังหวัดปราจีนบุรี และนครราชสีมา มีเนื้อที่ประมาณ 1,400,000 ไร่ นับเป็นป่าลานที่ขึ้นเองตามธรรมชาติแห่งสุดท้ายของประเทศไทย เป็นพันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ ตระกูลปาล์มที่หายาก จะออกดอกสีเหลืองสวยงาม เมื่อต้นมีอายุ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งหลังจากออกดอกแล้วต้นลานจะตาย ซึ่งทุกท่านจะได้ชมความงดงามประมาณเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน นอกจากนี้อุทยานฯ ยังปกคลุมด้วยป่าเต็งรัง และป่าดงดิบ ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและนกชนิดต่างๆ


เขาสลัดได จุด ชมวิว อ.วังน้ำเขียว ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ จากความสูงบนยอดเขา ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 730 เมตร ยิ่งถ้ามีโอกาสไปชื่นชมพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก ก็จะได้ชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติในรูปแบบที่แตกต่างกัน ด้วยแสงเงาที่ตกกระทบต้นไม้น้อยใหญ่ จะช่วยทำให้หัวใจแช่มชื่นขึ้นอีกไม่น้อยเลยทีเดียว และที่พลาดไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง กับของกินขึ้นชื่อ ปลาเผา เขาสลัดได ที่ใครมาเยือนถึงถิ่นก็ต้องลองให้ได้


เขามูลหลง – มูลสามง่าม ใน อดีตคือป่าผืนเดียวกันกับป่า ‘ดงพญาไฟ’ อันเป็นกำแพงกั้นระหว่างภาคตะวันออกกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบันได้มีการฟื้นฟูสภาพป่าจนจะกลับคืนสู่สภาพที่อุดมสมบูรณ์ดังเดิม เป็นเส้นทางที่เหมาะแก่การศึกษาธรรมชาติ เพราะมีทั้งต้นไม้หลายชนิดที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ รวมทั้งยังมีสัตว์ป่านานาชนิดที่พร้อมให้ทุกท่านเข้ามาศึกษา

ผาชมตะวัน ชะง่อน หินยื่นออกไปเป็นหน้าผาสูง เป็นบริเวณที่ อบต. ไทยสามัคคี ร่วมกับกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำมูล ได้ไปร่วมกันปลูกป่าเพื่อให้เป็นจุดพักผ่อน ชมวิว กางเต็นท์ ขนาบด้วยน้ำตกสองข้าง สามารถชมทิวทัศน์ที่สวยงามได้อย่างชัดเจน ทำให้มองเห็นพื้นป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน และร่องน้ำที่เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกจระเข้ น้ำตกห้วยใหญ่ และน้ำตกสวนห้อมรวมทั้งทิวเขา ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่าง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี (ภาคตะวันออก) กับ  อ.วังน้ำเขียว จ.นครราาชสีมา (ภาคอีสาน)


นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว วังน้ำเขียว ยังเต็มไปด้วยไออุ่นที่แทรกอยู่ท่ามกลางความสวยงาม นั่นคือรีอสอร์ทแสนน่ารัก ที่มีให้เลือกเข้าพักผ่อนมากมาย รวมทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหารสุดเก๋ ที่จะช่วยเติมเต็มวันหยุดสุดสัปดาห์ของคุณให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด

Story by Lady Kookkuu
ที่มาข้อมูล : www.hisoparty.com